จดหมายจากพ่อ
posted on 01 May 2006 12:04 by porasit in Morale๑
ลูกจงจำไว้ว่า
การไม่ต่อสู้ในบางกรณี
กลับเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ กว่าการต่อสู้
อย่างเอาเป็นเอาตาย๒
ลูกจงอย่าเลือกของที่ชอบ
ด้วยความอยากของลูก
แต่จงเลือกด้วยสติปัญญา
และพิจารณาถึงประโยชน์
และโทษของมันเสียก่อน
๓
ลูกจงอย่าโกรธคนไม่ดี
ที่จริงเขาก็อยากดีเหมือนกัน
แต่เขาไม่เข้าใจว่า
อะไรเป็นความดีอะไรคือไม่ดี๔
ลูกจะตำหนิ ติเตียนใคร
ก็จงดูตนเองเสียก่อน
อย่าให้เขาย้อนว่าเราได้๕
ลูกจะเห็นว่า
ผู้มีสัมมาคาระวะ จะพบแต่ความเจริญ
การอ่อนน้อม
เป็นคุณสมบัติของสุภาพบุรุษ
การยกมือไหว้ผู้อื่นได้
คือการทำลาย ตัวกู-ของกู๖
ลูกพ่อต้องเป็นคนแข็งแรงไม่แข็งกระด้าง
ลูกพ่อต้องเป็นคนเรียบง่ายไม่มักง่าย
ลูกพ่อต้องเป็นคนอ่อนโยน..ไม่อ่อนแอ๗
ลูกของพ่อ..คล่องแคล่วว่องไว
เป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้าของครอบครัว๘
เงินทองที่ลูกมี
ยิ่งใช้ยิ่งหมดไป
ปัญญาที่ลูกหาได้ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มพูน๙
ถ้าลูกทำเด่น
จะถูกคนเขาเขม่นและสมน้ำหน้า
ลูกจะพลาดท่าลงมา..เพราะ
ความอยากเด่นอยกดัง๑๐
ลูกจงจำไว้ว่า
เงินทองเป็นของนอกกาย
พ่อ แม่ สุขใจ
เมื่อพี่น้องรักกัน๑๑
ลูกจงโอนอ่อนผ่อนตาม
อย่างฉลาดและสุขุม
การพ่ายแพ้ด้วยศิลปะ
ดีกว่าการชนะด้วยอารมณ์๑๒
ความกล้าหาญต้องประกอบด้วยสติปัญญา
ถ้าลูกกล้าโดยไม่มีสติปัญญา
เขาเรียกว่าคนบ้าบิ่น๑๓
ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความสุจริต
เมื่อสุจริต จิตผ่องใส
เมื่อทุจริต จิตหมองไหม้๑๔
ทรัพย์สมบัติ ไม่ใช่สิ่งจำเป็น
ที่พ่อแม่จะให้แก่ลูก
ความรู้และความประพฤติดีเท่านั้น
ที่พ่อแม่ควรมอบให้แก่ลูกอันเป็นที่รัก๑๕
ลูกหลีกทางให้เขา
ก็คือหลีกทางให้เราหลุดพ้นจากอันตราย
ในที่สุดก็จะได้รับผลดีด้วยกัน
ทั้งเขาและเรา๑๖
ปลายทางสุดท้ายของความไม่พอ
คือความทุกข์๑๗
ลูกจงจำไว้ว่า
ผู้ที่ไม่มีใครให้อภัยผู้อื่น
คือผู้อ่อนแอทางจิตใจ
การให้อภัยศัตรู คือการ สร้างมิตร๑๘
ถ้าผู้อื่นหลอกเรา
เรารู้ง่ายและแก้ไขได้ง่าย
แต่ถ้าเราหลอกตัวลูกเอง
รู้ยาก แก้ไขได้ยาก๑๙
ลูกควรจำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม
ทำสิ่งที่ควรทำ
และต้องรู้ว่า สิ่งใดควรทำก่อน
สิ่งใดควรทำทีหลัง๒๐
เมื่อลูกสังเกตดู จะพบว่า
ภายหลังเสียงหัวเราะ จะมีน้ำตา
ภายหลังเสียน้ำตา จะเห็นแสงธรรม
คือความจริงของชีวิต๒๑
หกล้มเพราะก้าวเดินไปข้างหน้า
ยังดีกว่าลูกยืนเต๊ะท่าอยู่กับที่
เพราะถ้าลูกยืนไม่ดีก็จะมีคนมาถีบให้ล้มอยู่ดี๒๒
ลูกจงหาความสุขกับปัจจุบัน
อย่าใฝ่ฝันถึงอนาคต
อย่าหมกอยู่กับอดีต
จะทุกข์๒๓
โชคเข้าข้างผู้ที่มีความอ่อนน้อมเสมอ
ถ้าลูกเป็นผู้น้อยที่นอบน้อมผู้ใหญ่
ใคร ๆ ก็รัก
ถ้าลูกเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจผู้น้อย
ผู้น้อยก็มีความภักดี๒๔
ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง
ขอให้ลูกคิดอยู่เสมอว่า
ถ้ามีสิ่งใดในโลก ที่ผู้อื่นทำได้
ไม่มีเหตุผลอะไร ที่เราจะทำไม่ได้๒๕
ความโศกเศร้าเสียใจ
มิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อะไร
นอกจากทำให้ศัตรูของเราดีใจและ
สมน้ำหน้า๒๖
เมื่อพบภัยที่อยู่ข้างหน้า
จงหนีเข้าหาพระดีกว่าหนีเข้าหาโจร
ซึ่งโจรจักฉกฉวยโอกาสเอาจากเราเสมอ
อย่างคาดไม่ถึง๒๗
คนเรามีความโลภทุกคน
ถ้าโลภมากก็จะทุกข์มาก
ถ้าโลภน้อยก็จะทุกข์น้อย
ถ้าไม่โลภก็จะไม่ทุกข์๒๘
ถ้าลูกประพฤติดี
ลูกก็จะพบกับคนประพฤติดี
ถ้าลูกประพฤติชั่ว
ลูกก็จะพบกับคนประพฤติชั่ว
ขอให้ลูกเลือกคบให้ถูกต้องเถิด
ลูกจักเป็นคนที่โชคดี๒๙
ลูกอย่ากลัวไปเลยว่า
จะได้แต่งงานกับคนไม่ดี
ถ้าลูกไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยว
ลูกก็จะพบคู่ครองที่ไม่สูบ
ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยวเช่นกัน๓๐
ไม่ว่าคนหรือสัตว์
ต้องการคำอ่อนหวาน
ลูกก็เช่นกัน ควรพูดคำอ่อนหวานแก่ผู้อื่น
เมื่อลูกอ่อนหวานแก่ผู้อื่น
ผู้อื่นก็จะอ่อนหวานกับลูก๓๑
ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าลืมตัว
เสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าเสียคน
ผิดอะไรก็ผิดได้ แต่อย่าผิดศีลธรรม๓๒
ลูกจงจำไว้ว่า
ศัตรูวันนี้ อาจเป็นมิตรในวันหน้า
เพราะฉะนั้น
อย่าทำอะไรเขารุนแรงและเกินเลย๓๓
ลูกจงสนุกกับการใช้เงิน และพร้อมกันนั้น
ลูกต้องสนุกกับการเก็บรักษาเงินด้วย
และยิ่งกว่านั้น
ต้องสนุกกับการหาเงินอย่างไม่เป็นทุกข์
คือหาด้วยความถูกต้อง๓๔
การกระทำของลูก บางครั้งยังไม่ถูกใจตนเอง
แล้วจะให้คนอื่นทำถูกใจเราเสมอไป
ได้อย่างไร
คิดแค่นี้ลูกก็จะไม่โกรธคนอื่น๓๕
ถ้าลูกกล้าอย่างถูกต้อง ก็จะเป็นผู้ฉลาด
ถ้าลูกกล้าอย่างบ้าบิ่น ก็จะเป็นคนโง่
ขอให้ลูกจงกล้าหาญอย่างชาญฉลาด
๓๖
บาปและบุญทั้งปวงที่ลูกกำลังทำในขณะนี้
สักวันหนึ่งจักรวมตัวกันมาสนองแก่ลูก
สิ่งที่ลูกได้รับอยู่ทุกวันนี้
เป็นผลจากการกระทำของลูกทั้งสิ้น๓๗
ลูกจงจำไว้ว่า
ธรรมชาติไม่เคยให้อภัยใคร
ใครทำอย่างใด ต้องได้รับอย่างนั้น
แต่ธรรมชาติก็ให้โอกาสทุกคนเสมอ
แต่คนเราโดยส่วนมาก
ไม่ค่อยยอมรับโอกาสนั้น
๓๘
เมื่อมีปัญหา แก้ให้ถูกจุด จักพ้นทุกข์เร็ว
อย่าเป็นเช่นคุณยายแก่ ๆ
มองหาเข็มที่เสาไฟ เพราะมีแสงสว่าง
แต่หาเท่าใดก็ไม่พบ
เพราะเหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
เข็มหายในบ้าน แล้วมาหานอกบ้าน
เพียงเพราะในบ้านไม่มีแสงไฟฟ้า
น่าขันไหมล่ะ๓๙
ลูกจงจำไว้ว่า
คนเห็นแก่เงิน คบยาก
คนเห็นแก่งาน คบง่าย
คนเห็นแก่ผู้อื่น คบสบาย๔๐
ถ้าลูกปราถนาให้ผู้อื่นรัก
ลูกต้องทำตัวให้น่ารัก
ลูกจึงจะเป็นที่รักของผู้อื่น๔๑
ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้าม
สำคัญที่สุดลูกอย่าข้ามตัวเอง๔๒
ผู้กล้าหาญ คือผู้ที่สามารถบังคับตัวเองได้
ถ้าลูกจักปลูกต้นไม้ ต้องบำรุงราก
แต่ถ้าจะปลูกจิตใจ
ต้องบำรุงด้วยศีล ด้วยธรรม๔๓
ลูกเกิดเป็นคนแล้ว ต้องพยายามทำดีที่สุด
เมื่อทำดีที่สุดแล้ว นอกนั้นแล้วแต่ฟ้าลิขิต
โบราณว่า
ลิขิตเป็นของฟ้า ( ผลของการกระทำ )
ชะตาเป็นของคน ( การกระทำของตัวเอง )๔๔
ลูกควรจะยอมผิดใจกับคนสุภาพชน
แต่อย่าผิดใจกับคนพาล
จะเดือดร้อนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง๔๕
การไม่ระวังการใช้จ่าย เล็ก ๆ น้อย ๆ
อาจทำให้ล่มจมได้
ดังเช่นเรือมีรูรั่วเล็กๆ
อาจทำให้เรือใหญ่จมได้๔๖
โรคภัยทางร่างกาย จะเข้ามาทางปาก
ภัยพิบัติ ก็จะออกจากปากของเราเช่นกัน
เมื่อลูกจะพูดสิ่งใด จงพิจารณาให้ดีๆ๔๗
การโกรธ เป็นวิสัยของปุถุชน
การให้อภัย เป็นวิสัยของบัณฑิต
ลูกพ่อจะเป็นบัณฑิต จึงต้องฝึกการให้อภัย
ด้วยความมีเมตตา
เพราะเมตตาแก้ความโกรธได้๔๘
การเดินทางหมื่นลี้ต้องมีก้าวแรก
ยามลูกมีอำนาจ จงอย่าเหลิงอำนาจ
ยามลูกมีความสุขก็อย่างหลงระเริง
ระวังความทุกข์จักตามมา๔๙
ถ้าลูกให้เงินเพื่อนยืมระวัง
จะเสียเงินจะเสียเพื่อนจะเสียใจ
เพราะฉะนั้นลูกอย่าให้เงินใครยืม
ถ้ามีก็ให้เขาไปเลย๕๐
ถ้าลูกระแวงสงสัยใครแล้ว
ลูกอย่าทำธุรกิจร่วมกัน
เพราะจะมีแต่ระแวงกัน การงานไม่ราบรื่น
ความทุกข์จะเข้ามาในจิตใจลูก๕๑
เรือที่ออกทะเล
ปฏิเสธคลื่นลมไม่ได้ ฉันใด
ชีวิตของลูก
ปฏิเสธอุปสรรคไม่ได้ ฉันนั้น๕๒
ลูกสังเกตดูจักรู้ว่า
ผู้เป็นคนดี มักอ่อนน้อมถ่อมตน
ผู้โง่เขลามักหยิ่งยโส ทะนงตน
คนโง่มักอวดตัวว่าฉลาด
หรือยากให้คนอื่นรู้ว่าฉลาด
จึงโอ้อวด คุยเบ่ง ทับถมคนอื่น
ส่วนคนฉลาดมักไม่อวดตัว
จักเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตน
ไม่หยิ่งยโส ไม่โอหัง
และชอบประกาศความดีของผู้อื่น๕๓
แมลงผึ้ง ชอบของหอมของหวาน
แมลงวัน ชอบของเหม็นของเน่าเสีย
ถ้าลูกชอบสิ่งที่ไม่ดี คบคนไม่ดี คิดไม่ดี
พูดไม่ดี ทำไม่ดี ไปสู่สถานที่ไม่ดีแล้ว
ลูกก็จะเปรียบเช่นแมลงวัน
ซึ่งไม่มีใครชอบหรืออยากจะให้ความรัก
แต่ถ้าลูกคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี
และไปแต่เฉพาะที่ดี
ลูกก็เป็นเช่นแมลงผึ้ง
คนดีใคร ๆ ก็อยากคบด้วย
ถ้าลูกเป็นแมลงผึ้ง ลูกก็จะได้พบกับดอกไม้
ถ้าลูกเป็นแมลงวัน
ลูกก็จะได้พบกับของเน่าเหม็น
คำโบราณว่าไว้
ขี้เกียจ เป็นแมลงวัน
ขยัน เป็นแมงผึ้ง๕๔
ผู้ที่รู้จักประมาณตน เป็นคนฉลาด
ลูกควรใช้จ่ายตามฐานะ
ลูกจักไม่ขัดสนตลอดไป๕๕
ถ้าลูกมีความพากเพียรและถ่อมตนแล้ว
ภายใต้ท้องฟ้าลูกของพ่อจักทำได้ทุกสิ่ง
ธรรมะสอนไว้ว่า
คนล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร๕๖
ถ้าลูกทำงานด้วยความรีบร้อน ร้อนรน
มักทำความผิดพลาด มาให้ลูกเสมอ
ลูกต้องทำด้วยความรวดเร็ว แบบมีสติ
จึงจะประสบความสำเร็จได้
อย่างถูกต้องและราบรื่น๕๗
การนินทาและว่าร้ายต่อผู้อื่น
มันเจ็บปวดมากว่ามีดที่กรีดเนื้อเขา
มากมายหลายเท่านัก
เมื่อลูกเข้าใจอย่างนี้แล้ว
อย่านินทา อย่าว่าร้ายผู้อื่นเลย
เพราะเมื่อเขาเจ็บปวดเพราะคำพูดของเราแล้ว
เขาก็สามารถทำความผิดกับเราได้
เราก็เดือดร้อน๕๘
คนขี้เกียจ มักอ้างว่า ยังไม่ต้องทำ
เพราะเช้าไป เพราะเย็นไป
เพราะร้อนไป เพราะหนาวไป
เพราะฝนตก เพราะแดดออก
ถ้าลูกอ้างอย่างนี้ จะทำอะไรก็จะไม่สำเร็จ๕๙
ในสมัยนี้ ใครก็ชอบแต่ของดี ๆ
แต่ไม่รู้ว่า อย่างไรถึงจะดี
จึงขอเตือนว่า
ลูกของพ่ออย่าดีแต่จะคิด
ลูกต้องคิดแต่ดีดี
ลูกของพ่ออย่าดีแต่พูด
ลูกต้องพูดดีดี
ลูกของพ่ออย่าดีแต่ทำ
ลูกต้องทำดีดี
ลูกของพ่ออย่าดีแต่จะคบคน
ลูกต้องคบคบดีดี
ลูกของพ่อดีแต่จะไป
ลูกต้องไปดีดี
ลูกจง คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี
ไปสู่สถานที่ดีดี๖๐
ถ้าลูกละเลยเรื่องเล็กน้อย
กระทำผิดเพียงเล็กน้อยในปัจจุบัน
ลูกอาจต้องเสียใจอย่างใหญ่หลวง
ในภายหน้า
คิดกับผู้อื่นไม่ดี ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นคิดไม่ดีกับเรา ในวันหน้า
ทำกับผู้อื่นไม่ดี ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นกระทำต่อเราไม่ดี ในวันหน้า
รังแกผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นรังแก ในวันหน้า
โกงผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นโกง ในวันหน้า
โกหกผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นโกหกในวันหน้า
เหยียดหยามผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นเหยียดหยาม ในวันหน้า
โกรธผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่น ในวันหน้า
ริษยา อาฆาตผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นริษยา อาฆาต ในวันหน้า
ฆ่าผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นฆ่า ในวันหน้า
ในทางตรงกันข้าม
ถ้าลูกรักและเมตตาผู้อื่น ในวันนี้
ลูกก็จักได้รับความรักและเมตตา
ในวันข้างหน้าก่อนจบท้าย หน้าที่ที่ลูกควรปฏิบัติต่อผู้อื่น คือ การมอบน้ำใจให้แก่กันและกันดังต่อไปนี้
๑. ลูกควรมองทุกคนที่พบกันด้วยสายตาที่เป็นมิตร
๒. ลูกควรยิ้มให้ทุกคนที่พบกัน เริ่มแรกยิ้มด้วยสายตา ยิ้มด้วยใบหน้าและริมฝีปากและด้วยจิตใจที่เป็นกันเอง
๓. ลูกควรทำความรู้จักกับผู้อื่นด้วยการยิ้มและทักทาย
๔. ลูกควรโบกมือส่งยิ้มให้กับเด็ก ๆ ที่ลูกพบเห็นโดยทั่วไป
๕. ลูกควรมองคนในแง่ดี ให้มองว่าไม่มีใครจะเลวทั้งหมด
๖. ลูกควรมองว่าคนเราเป็นมิตรกันได้แม้จะมีความคิดต่างกัน
๗. ลูกควรกล่าวคำสวัสดี ยกมือไหว้ ยิ้มหรือก้มหัวตามความเหมาะสม ตามฐานะของตนแล้วแต่กรณี
๘. ลูกควรพยายามเรียกชื่อคนที่เราสนทนาด้วยระวังอย่าเรียกชื่อคนผิด
๙. ลูกควรตั้งใจรับฟังคนอื่นพูด อย่าขัดคอเขา ต้องรู้จักสังเกตให้ดี
๑๐. ลูกควรใช้คำพูดให้ติดปาก คือคำว่า ขอบคุณ ขอโทษ
๑๑. ลูกควรพูดด้วยความสุภาพ ไพเราะ อ่อนหวาน ไม่พูดหยาบคาย
๑๒. ลูกควรพูดชมเชยผู้อื่นเป็นประจำ
๑๓. ลูกควรพูดถึงคนอื่นและผู้บังคับบัญชาในด้านดีกับคนที่เขารู้จัก
๑๔.ลูกควรรู้จักขัดแย้งโดยไม่ให้เขาเสียน้ำใจ
๑๕. ลูกควรพูดคุย ในสิ่งที่ผู้คุยให้ความสนใจ
๑๖.ลูกควรหาเรืองดีดี หรือเรื่องคนทำดีมาคุยกันบ้าง
๑๗. ลูกควรหาเวลางดเว้นการพูดที่ไม่ดี หรืองดเว้นการโกรธอย่างน้อย ๑ วันต่อสัปดาห์
๑๘. ลูกไม่ควรหาเรื่องจับผิดคนอื่นโดยไม่ใช้ปัญญา
๑๙.ลูกควรให้ความเห็นใจ ปลอบใจคนที่กำลังมีความทุกข์
ด้วยรัก.
จาก พ่อ

ขอบคุณนะค่ะที่ช่วยเตือนสติ
#1 By นายฉิม on 2006-05-03 12:46