เหาขึ้นหัว
posted on 07 Dec 2007 23:15 by porasit in Ji-Pa-Ta
สวัสดีค๊า..... เห็นชื่อเอนทรี่อย่าเพิ่งตกใจนึกว่าวันนี้ก้อยจะมาเป็นตัวแพร่เชื้อหัวนะ เปล่าหรอกค่ะ
แต่เชื่อแน่ว่า เด็กผู้หญิงร้อยละ 99.99% ต้องเคยเป็นเหากันมาแล้ว และแน่นอนก้อยก็เคยเป็นหนึ่ง
ในนั้น และวิธีการรักษาก็มีมากมายหลายอย่าง ถ้าอยู่โรงเรียนครูฝ่ายอนามัยเขาจะมียาที่โรงพยาบาล
แจกซึ่งจำได้ว่ามันเหม็นมาก พอเวลาใส่ในหัวแล้วเขาก็จะเอาผ้ามาโพกไว้ หือ หือ ก้อยว่าเหามันจะ
ตายพร้อมกับคนนี่ล่ะค่ะ งั้นเรามารู้จักเหากันให้มากขึ้นดีกว่านะคะ
เหา เป็นแมลงไร้ปีกที่มีขนาด 1-2 มม. พบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง เหาจะคอยดูดเลือดกินเป็นอาหาร ในน้ำลายของเหามีสารที่ระคายผิวหนังได้ ทำให้เกิดตุ่มคันตรงรอยกัด โดยที่เหาเกิดจากเชื้อปาราสิต ชื่อวิทยาศาสตร์เรียกว่า Pediculus humanus ซึ่งอาศัยอยู่บนหนังศีรษะ เส้นผม ขน ปาราสิตชนิดนี้จะคอยดูดเลือดกินเป็นอาหาร และวางไข่บนเส้นผม โดยหลั่งสารไคตินหุ้มปลายหนึ่งของไข่ ให้เกาะติดแน่นอยู่ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า บางคนไม่มีอาการมากเท่าใด แต่จะสร้างความรำคาญใจได้
เหา มีลำตัวเรียวยาวและมีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว จึงติดต่อกันได้ง่ายมาก พบว่าเด็กผู้หญิงที่มีเหาที่หนังศีรษะ สามารถแพร่การติดเชื้อให้แก่เพื่อนๆ ภายในชั้นเรียนเดียวกัน ภายใน 24 ชม. ไข่มีขนาดเล็ก ประมาณ 0.5-1 มม.ฟักเป็นตัวอ่อนของเหาภายในหนึ่งสัปดาห์ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มักจะทำให้เกิดอาการคันที่บริเวณด้านหลังและด้านตรงศีรษะ ถ้าเกามากเป็นหนอง สะเก็ดแห้งกรังได้ บางครั้งเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนทำให้ต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณท้ายทอยและข้างคอโตได้ ในทางตรงกันข้าม บางคนอาจจะไม่มีอาการใดมาก ไม่คันมาก แม้ว่าเหาจะพบบ่อยในเด็กวัยเรียนมากที่สุด แต่จริงๆ แล้วพบได้ทุกเพศทุกวัย
ตัวเหาบนศีรษะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรืออาจใช้แว่นขยายช่วยส่องดู ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีตัวเหาบนศีรษะน้อยกว่า 10 ตัว น้ำลายของตัวเหาจะมีสารซึ่งระคายเคืองผิวหนังได้ ทำให้เกิดตุ่มคันตรงรอยกัด ลักษณะไข่เป็นรูปวงรี ยาว 0.5-1 มิลลิเมตร สีขาวขุ่น เกาะติดแน่นกับเส้นผม จำนวนแตกต่างหันเป็นร้อยเป็นพันได้ ตัวเหาจะวางไข่ที่บริเวณโคนรากผม เมื่อผมยาวขึ้นก็จะเห็นไข่เหาเขยิบห่างจากหนังศีรษะมากขึ้น เช่น ปกติผมจะยาววันละ ประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ถ้าพบไข่อยู่บนเส้นผมห่างจากหนังศีรษะหรือโคนรากผม ประมาณ 15 เซนติเมตร แสดงว่าเป็นเหามาประมาณ 9 เดือนแล้ว ไข่ที่ยังมีตัวอยู่จะมีสีเหลืองขุ่น แต่ไข่ที่ว่างเปล่าไม่มีตัวจะมีสีขาวขุ่น
การวินิจฉัย โดยตรวจดูเห็นตัวและไข่เหา สำหรับการวินิจฉัยแยกโรค ต้องแยกจากรังแคซึ่งจะเป็นสะเก็ด ขุยลอกเล็กๆ บนศีรษะ ตัวขุยเล็กๆ นี้ จะไปติดแน่นกับเส้นผม เหมือนไข่เหา บางครั้งอาจแยกโรคที่เกิดจากการใช้เจลใส่ผม ซึ่งเจลใส่ผมบางครั้งเมื่อทำปฏิกิริยากับเส้นผม แล้วจะแห้งกรัง เกาะติดเป็นแผ่นเล็กๆ บนเส้นผมได้ อีกประการหนึ่งคือ แยกจากโรคหนังศีรษะอักเสบ ซึ่งจะมีอาการคัน สะเก็ดลอก หนา เป็นแผ่นๆ บางครั้งมีแผลน้ำเหลืองแห้งกรัง
การติดต่อของโรคเหา เป็นการติดต่อทางการสัมผัสโดยตรง เช่น การใช้หวีแปรงร่วมกัน การใช้หมวกร่วมกัน การใช้หมอนที่นอนร่วมกัน จากศีรษะคนหนึ่งไปที่ศีรษะอีกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงมักพบระบาดในโรงเรียนได้บ่อย เพราะเด็กนักเรียนจะวิ่งเล่นใกล้ชิดกันมาก
แนวทางการรักษา เดิมใช้วิธีโกนผมออกให้หมด ซึ่งที่จริงใช้รักษาได้ผลดี เพราะเหาไม่มีที่ยึดเกาะ แต่ก็ในแนวทางปฏิบัติ อาจทำได้ยาก การโกนผมจะช่วยได้มากและสะดวกดี ไม่สิ้นเปลือง แต่เด็กจะอายเพื่อนฝูง บางครั้งการใช้หวีเสนียดซึ่งเป็นหวีซึ่งมีซี่ของหวีถี่มากใช้สางผมทำให้ทั้งตัวเหาและไข่เหาหลุดติดกับหวีออกมาได้ ปัจจุบันมีตัวยาที่ใช้ฆ่าเหาและไข่เหาได้ผลดี คือ แกมมาเบนซินเฮกซาคลอไรด์ ชื่อทางการค้าว่า "จาคูติน" ใช้ทาทั่วศีรษะ หลังสระผมให้สะอาดแล้ว แล้วทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง และสระผมซ้ำล้างออก โดยจะฆ่าตัวเหาได้หมด แต่ไข่เหายังไม่หมด จึงแนะนำให้ทายาซ้ำอีก 1 สับดาห์ แล้วใช้หวีซี่ถี่ๆ สางผมให้ไข่เหาหลุดออก หรือใช้ทาศีรษะ ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง ล้างออกใช้ทาติดต่อกัน 3 วัน ที่สำคัญต้องนำเครื่องใช้ของผู้ติดเหาไปล้างทำความสะอาด ส่วนเครื่องนุ่งห่ม ให้นำไป ตากแดดหรือเข้าเครื่องอบผ้า อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ถ้าเกิดมีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเกิดขึ้น และยากินกลุ่มแอนติฮีสตามีนใช้กินเพื่อระงับอาการคัน
การโกนผม จะช่วยได้มาก และสะดวกดี ไม่สิ้นเปลือง แต่เด็ก จะอายเพื่อนฝูง
การใช้หวีเสนียด คือ หวีซึ่งมีซี่ของหวีถี่มากใช้สางผมทำให้ทั้ง ตัวเหาและไข่เหา หลุดติดกับหวีออกมาได้
การใช้ยาฆ่าเหา ชื่อทางการค้าว่า จาคูติน (Jacutin) ใช้ทา ศีรษะ ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง ล้างออกใช้ทาติดต่อกัน 3 วัน
การใช้ยาปฏิชีวนะ ถ้าเกิดมีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเกิดขึ้น
ยากิน กลุ่มแอนติฮีสตามีน ใช้กินเพื่อระงับอาการคัน
ยาแก้เหาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไป ถ้ากลัวแพ้ก็ถามหมอเอายี่ห้อที่ออกฤทธิ์เบาบางที่สุด เพราะถ้าเป็นคนผิวแพ้ง่าย ผมอาจร่วงได้ ได้ยามาแล้วเอามาทาละเลงให้ทั่วหัว ทิ้งไว้สักครู่จึงรู้สึกคันยิบๆแล้วค่อยใช้หวีเสนียด (หวีซี่ถี่ๆ) สางผมเอาเหาออก แต่ไม่ใช่ว่าเหาจะหมดไปทันที คนเป็นเหาต้องหมั่นรักษาความสะอาด สระผมทุกวัน และหมั่นชโลมด้วยน้ำมันมะกอกเพื่อให้ผมลื่น ไข่เหาจะได้ไม่เกาะ ทำเป็นประจำ รับรองเหาช่างตื๊อขนาดไหน ก็โบกมือลา
นอกจากนี้ยังมีวิธีกำจัดเหาแบบอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้วยการใช้ใบน้อยหน่า มาตำผสมน้ำ(ไม่ต้องมาก)แล้วชโลมบนผม ให้เปียกทั่วหนังศีรษะ ใช้ผ้าคลุมทิ้งไว้ประมาณ ครึ่ง- 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกแล้วใช้หวีเสนียดค่อยๆสางเหาออก ว่ากันว่าเหาจะเมากลิ่นเหม็นเขียวของใบน้อยหน่า แล้วค่อยๆคลานออกมา ทำซ้ำๆกันอาทิตย์ละ 3-4 หน
แต่ส่วนมากเด็ก ๆ พอเริ่มขึ้นมัธยมส่วนมากจะไม่เป็นเหาแล้วนะคะ ว่าแต่คุณเคยเป็นเหากันมั่งป่าว ไม่เคยเป็นล่ะเชยแย่นะคะ อิ อิ
ที่มาข้อมูล : http://www.msmc.medicine.swu.ac.th/
ตอนแรกว่าจะมาอัพอีกทีตอนรู้ผลสอบกพ. เลย แต่คืนนี้ไม่รู้เป็นไรนอนไม่หลับ เลยหาเรื่องอัพซะเลย เหอ เหอ
ฝันดีนะคะ ก้อยก็ยังคงงงกับการแตกข้อความอยู่ดี ไว้วันหลังมาแก้ไขใหม่ละกัน โชคดีค่ะ
#1 By เจ้าชายน้อย on 2007-12-08 08:41