King

เพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุดเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔๓
ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.๒๕๑๔

ทำนอง : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื้อร้อง : ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค

 

ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ
ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทนง

จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร
ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา
ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป

นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง
หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส
ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด
ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน

โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่
เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ
ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทยฯ

เพลงความฝันอันสูงสุดเป็นหนึ่งในบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวค่ะ เนื้อร้องนั้นแต่งโดยท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ซึ่งได้แต่งขึ้นตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อราว พ.ศ. ๒๕๑๒

โดยตามพระราชเสาวนีย์นั้นมีความประสงค์ที่จะแสดงความนิยม ส่งเสริมคนดีให้มีกำลังใจทำงานเพื่ออุดมคติ เพื่อประเทศชาติ ในการนี้ ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ได้แต่งบทกลอนตามพระราชเสาวนีย์โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากการสังเกตพระราชอัธยาศัย พระราชจริยาวัตร ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประพฤติปฏิบัติ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไม่เสื่อมคลาย ซึ่งเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทอดพระเนตรแล้ว ก็ทรงพอพระราชหฤทัย

และโปรดให้พิมพ์บทกลอนนี้ลงในกระดาษการ์ดแผ่นเล็กๆ พระราชทานข้าราชการ ทหาร พลเรือน และผู้ทำงานเพื่อประเทศชาติ เตือนสติมิให้ท้อถอยในการทำความดี เพราะบ้านเมืองขณะนั้นยุ่งอลเวง น่าเป็นห่วงอนาคตของประเทศชาติต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้กราบบังคมทูลขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพื่อพระราชทานประกอบบทกลอนดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขึ้นตามคำกราบบังคมทูล และกลายมาเป็นเพลงพระราชนิพนธ์"ความฝันอันสูงสุด" ดังที่เราได้ยินได้ฟังกันในทุกวันนี้.........


 

ไม่เพียงเฉพาะเพลงปลุกใจนี้เท่านั้นที่ทำให้ข้าราชการทหาร ตำรวจ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ ๆ ปฏิบัติภารกิจทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกำลังใจในการปฏิบัติงานในอดีตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้มอบพระสมเด็จพระจิตรดาให้แก่ตำรวจและทหาร บุคคลที่ได้รับพระสมเด็จพระจิตรดามีทั้งหมด 9 ท่านคะ เป็นนายตำรวจ 8 นาย และนายทหารเรือ 1 นาย 1 ในนั้นคือ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร (ยศขณะนั้นคือพันตำรวจโท)

พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระเครื่ององค์นั้นด้วยการนำเอาวัตถุมงคลหลายชนิดผสมกัน เช่น
- ดินจากปูชนียสถานต่างๆ ทั่วประเทศ
-ดอกไม้ที่ประชาชนทูลเกล้าถวายในโอกาสต่างๆ
- และเส้นพระเจ้า(เส้นผม)ของพระองค์เอง

เมื่อผสมกันโดยใช้กาวลาเท็กซ์เป็นตัวยึดแล้วจึงทรงกดลงในพิมพ์ โดยไม่ได้เอาเข้าเตาเผาอ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ซึ่งต่อมาเป็นศิลปินแห่งชาติเป็นผู้แกะถวาย

....หลังจากที่ได้รับพระราชทานแล้วทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชวาทมีความว่า....

"พระที่ให้ไปน่ะ ก่อนจะเอาไปบูชา ให้ปิดทองเสียก่อน แต่ให้ปิดเฉพาะข้างหลังพระเท่านั้น

....พระราชทานพระบรมราชาธิบายด้วยว่า
"ที่ให้ปิดทองหลังพระก็เพื่อเตือนตัวเองว่า การทำความดีไม่จำเป็นต้องอวดใคร หรือประกาศให้ใครรู้ ให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ และถือว่าความสำเร็จในการทำหน้าที่เป็นบำเหน็จรางวัลที่สมบูรณ์แล้ว"

 

แหล่งข้อมูล
http://www.precadet26.org
http://www.taharn.net
http://th.wikipedia.org/wiki/
http://www.google.co.th

 

 

วันนี้ขอมาแบบมีสาระหน่อยละกันนะคะ อัพยาวเลยกลัวว่าจะไม่มีเวลามาอัพอีกเพราะช่วงนี้งานเยอะมากเลยค่ะ เหนื่อยจังไม่ได้ทำฟอร์มจะดองบลอคนะคะ ยุ่งจริง ๆ)แต่วันนี้มีเรื่องมาเล่า + บ่นเยอะเลย ว่าแต่ใครเคยเป็นตะคริวบ้างมั้ยคะ

เมื่อเช้ามืดตื่นมาเป็นตะคริวที่น่องข้างซ้ายอีกแล้ว เดือนนี้เป็นสองครั้งแล้วค่ะ เป็นตอนเช้ามืดที่ขาข้างเดิมตำแหน่งเดิมอีกแล้ว ปวดมากเลย ไม่ได้ว่ายน้ำสักหน่อยแต่ก็เป็นตะคริว (ได้ไงห๊า.........เจ็บนะเฟ้ย......)ช่วงนี้อาการเบื่อโลกกำเริบอีกแล้ว

เฮ้อ...อีกอย่างที่ก้อยไปสอบมาต้นเดือน เขาประกาศยกเลิกการสอบไปแล้ว เพราะมีการทุจริตเกิดขึ้น (ได้ไง) เซ็งรอบสองเลย ทีนี้สัญญากับตัวเองจะเริ่มตั้งใจอ่านหนังสือแบบจริงจังอีกครั้ง แล้วจริง ๆ สัญญา
เหอ เหอ เป็นแบบนี้ทุกทีแล้วเดี๋ยวก็จับอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันอีกตามเคย พยายามจะไม่คิดอะไรให้มากมายหลายเรื่องแต่มันก็อดคิดไม่ได้

พรุ่งนี้วันเสาร์ไปจะเอาวิจัยไปส่งอีกรอบค่ะ ตั้งใจว่าจะไปบนกับศาลพระภูมิที่ม.ว่าถ้าส่งวิจัยครั้งนี้ผ่านจนได้เข้าเล่มจะตัดผมสั่นแก้บนค่ะ ที่นี้ไอ้ก้อยเล่นคุณไสย์เลยคร๊าบพี่น้องแต่ไม่ถึงกับโกนเป็นโล้นซ่านะคะ ก็ไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่าสรุปผลออกมาแล้วห้องก้อยปีนี้รับปริญญาเดือนพฤษภาคม 6 คน(น้อยเกินไปป่าวฮะ) ที่เหลือรับปีหน้า 5555เซ็ง ๆ เลย ก็เพราะก้อยไม่ได้อยู่ในพวก 6 คนนั้นน่ะซิแต่อยู่ในพวก 30 กว่าคนที่ยังไม่ได้รับในปีนี้สรุปว่ารับปีหน้าค่ะ(ถ้าวิจัยครั้งนี้ผ่านนะคะแต่อาจารย์คงไม่ใจ้ร้ายมั้งเอามาแก้ตั้ง 2 ครั้งแล้ว)ใครสนใจไปเป็นหน้าม้ามอบช่อดอกไม้ก็เตรียมตัวนะคะ 55555)

เหตุการณ์ในภาคใต้ตอนนี้แย่จังเลยนะคะ เป็นกำลังใจให้ทหารและเจ้าหน้าที่ ๆ ปฏิบัติงานในภาคใต้ทุกท่านด้วยน้าเขยของก้อยก็โดนลงใต้ จริงกำหนดการกลับตั้งแต่ 15 มีนาคม แล้ว แต่เพราะมีเหตุระเบิดก่อนเลยต้องอยู่ต่อ ไม่รู้ใครจำเหตุการณ์ที่ทหารตำรวจไปคุ่มกันชาวบ้านกรีดยางได้รึเปล่านะคะ หลายอาทิตย์แล้วแหละน้าบอกว่าเขาอยู่ในตำแหน่งที่ถือว่าโชคดีใกล้ระเบิดนะคะ ก็เลยไม่เป็นไรมากน้าเขาบอกว่าวิถีของระเบิดมันไม่ได้กระจายออกข้าง มันจะขึ้นแล้วย้อยลงอ่ะค่ะ ก้อยก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน มันยาว แต่ก็แค่หูอื้อค่ะ ไม่เป็นไรมาก อยากให้ข่าวทุกในนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์มีแต่เรื่องดี ๆ บ้างนะคะ ขอให้สิ่งศักสิทธิ์คุ้มครองค่ะ รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

 

 

 

 

เพลงความฝันอันสูงสุดบรรเลงโดย : อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี (เป่าเพลงนี้ด้วยขลุยพญางิ้วดำ)